English Simplified Chinese Traditional Chinese Korean Japanese Thai Vietnamese Indonesian Russian Turkish Spanish Italian Portuguese French Arabic

USAcademics-th.com ตอบคำถามเกี่ยวกับการขอวีซ่าไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา

นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่จะศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกา วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยของเรามีความมุ่งมั่นที่จะรับนักเรียนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจากต่างประเทศ

(นักเรียน:) เดี๋ยวก่อน ได้ยินมาว่า สถานทูตสหรัฐปฏิเสธใบสมัครขอวีซ่านักเรียน

ไม่ใช่เลย เรามีการติดต่อกับสถานทูตสหรัฐและที่ปรึกษาด้านการศึกษาของสหรัฐทั่วโลกอยู่ตลอดเวลา รัฐบาลสหรัฐกำลังใช้มาตรการด้านรักษาความปลอดภัยแบบใหม่ แต่มาตรการดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขพื้นฐานสำหรับการขอวีซ่าเพื่อการศึกษาต่อที่สหรัฐ

(นักเรียน:) ถ้าอย่างนั้น เราก็สามารถขอวีซ่าเข้าสหรัฐในฐานะนักเรียนได้สิ

ใช่ เราเพิ่งพูดคุยกับรองกงสุลของสถานทูตสหรัฐในกรุงโซล ประเทศเกาหลี (เช่นเดียวกับสถานทูตในประเทศอื่น) ซึ่งท่านรองกงสุลได้บอกกับเราว่า ในปัจจุบัน ทางสถานทูตมีการออกวีซ่านักเรียนมากกว่าแต่ก่อน โดยมีอัตราการอนุมัติวีซ่าเกิน 90 เปอร์เซ็นต์

(นักเรียน:) แล้วขั้นตอนต่างๆ ล่ะ จะง่ายและรวดเร็วหรือเปล่า

ง่ายและรวดเร็วกว่าแต่ก่อน ตอนนี้ สถานทูตสหรัฐหลายแห่งมีระบบการนัดหมายพิเศษเพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนจะสามารถเดินทางเข้าสหรัฐทันเวลาปฐมนิเทศและเข้าเรียน สถานทูตลงทุนจ้างเจ้าหน้าที่เพิ่ม ใช้เทคโนโลยีและเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ เพื่อให้บริการได้ทั่วถึงและรวดเร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น ในกรุงโซล ช่วงเวลารออนุมัติวีซ่านักเรียนได้ลดลงจากที่ต้องรอนานกว่า 1 เดือน เหลือเพียงไม่ถึง 1 สัปดาห์

(นักเรียน:) ถ้าอย่างนั้น คงมีนักเรียนเยอะแยะที่ต้องผ่านขั้นตอนนี้

แน่นอน ปีที่แล้ว มีนักเรียนกว่า 572,000 คนจากทั่วโลกเลือกเรียนในสหรัฐ และมีเยอะที่ใช้บริการผ่านเว็บไซต์ USAcademics-th.com (ยู-เอส-อาคาเดมิกส-ขีด-ที-เอช-ดอท-คอม) เป็นจุดเริ่มต้น

(นักเรียน:) เว็บนี้จะช่วยได้ยังไง

เราจะช่วยค้นหาสถานศึกษาซึ่งมีมากมายกว่า 3,500 แห่งในสหรัฐ โดยขั้นแรก คุณต้องแน่ใจว่าสถานศึกษาแห่งนั้นได้รับการรับรอง และสอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ของรัฐบาลสหรัฐทุกข้อ และอีกเรื่องที่สำคัญ สถานศึกษาแห่งนั้นจะต้องมีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือนักเรียนต่างชาติ สถานศึกษาทุกแห่งในรายชื่อของเราที่ USAcademics-th.com มีคุณสมบัติเหล่านั้นครบถ้วน

หลักสูตรการศึกษาก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งในสหรัฐมีให้เลือกเรียนมากกว่า 500 สาขาวิชา ดังนั้น หากคุณมีเป้าหมายในการศึกษาที่ชัดเจน คุณก็จะเลือกมหาวิทยาลัยได้ง่ายขึ้น ตำแหน่งที่ตั้งและสภาพอากาศก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน นักเรียนบางคนต้องการอยู่ในเมืองที่จอแจ เต็มไปด้วยผู้คน บางคนก็ชอบอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สงบ

(นักเรียน:) การเรียนในสหรัฐแพงมากไหม

ค่อนข้างแพง แต่ก็คุ้มค่าที่จะลงทุน บริษัทผู้จ้างงานทั่วโลกต่างยอมรับปริญญาจากสหรัฐ

(นักเรียน:) แพงขนาดไหน

ค่าใช้จ่ายเริ่มตั้งแต่ US$ 15,000 จนถึง US$ 40,000 ต่อปีสำหรับค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียม ค่าที่พัก ค่าหนังสือ ค่าประกันสุขภาพ และค่าครองชีพ นักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่จะใชัเงินทุนส่วนตัวสำหรับการศึกษาที่สหรัฐ ลองปรึกษากับครอบครัวของคุณว่าจะสนับสนุนได้มากน้อยเพียงใดในการส่งคุณไปเรียนต่อที่สหรัฐ มีมหาวิทยาลัยจำนวนมากขึ้นที่ให้ความช่วยเหลือ แต่ก็มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่นักเรียนต่างชาติ

(นักเรียน:) ทำงานระหว่างเรียนได้หรือไม่

ไม่ควรคิดพึ่งพาการทำงานในสหรัฐเพื่อหาเงินสนับสนุนการศึกษาของคุณ ในบางกรณี คุณอาจทำงานพาร์ตไทม์ในมหาวิทยาลัยได้ คุณ "อาจ" ได้รับอนุญาตให้ทำงานนอกมหาวิทยาลัยได้หลังจากเรียนจบปีแรกแล้ว แต่ไม่มีการรับประกัน

ลองอ่านที่หน้า การขอความช่วยเหลือทางการเงิน คุณอาจจะต้องพิจารณาเป้าหมายทางการศึกษาใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณที่จำกัดของคุณ ตัวอย่างเช่น คุณอาจเลือกหลักสูตรระยะสั้นลง อาทิ การฝึกอบรมระยะสั้น โปรแกรมภาคฤดูร้อน การฝึกงาน หรือการเรียนทางไกล / ออนไลน์

(นักเรียน:) ต้องเริ่มต้นอย่างไรในตอนนี้

ปีการศึกษาของสหรัฐเริ่มในปลายเดือนสิงหาคม หรือต้นเดือนกันยายน และมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เปิดรับสมัครตั้งแต่เดือนมกราคม สมมติว่า คุณต้องการเริ่มในปลายเดือนสิงหาคม หรือต้นเดือนกันยายนปีหน้า

มิถุนายน – สิงหาคม ปีนี้:
* ลองนึกถึงอนาคตทางการศึกษาและเป้าหมายทางด้านอาชีพของคุณที่บ้าน
* ลองแวะไปที่ศูนย์แนะแนวการศึกษา และทำความคุ้นเคยกับขั้นตอนการสมัคร
* ลงทะเบียนสำหรับการทดสอบเช่น TOEFL ซึ่งเป็นการทดสอบภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติ

สิงหาคม – พฤศจิกายน ปีนี้:
* สอบเข้า
* เข้าร่วมในนิทรรศการของมหาวิทยาลัย เช่นที่จัดโดย LindenTours.com
* ค้นหามหาวิทยาลัย (ที่เว็บไซต์เช่น USAcademics-th.com) แล้วลองหาชื่อมหาวิทยาลัย 4-10 แห่งที่ตรงกับความต้องการของคุณ

มกราคม – มีนาคม ปีหน้า:
* ส่งใบสมัครที่กรอกเรียบร้อยแล้วไปยังมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 3 แห่งก่อนวันปิดรับสมัคร ให้แน่ใจว่าคุณสะกดชื่อ และใส่ข้อมูลต่างๆ อย่างถูกต้องในเอกสารทุกฉบับ

เมษายน – พฤษภาคม ปีหน้า:
* เป็นเวลาที่คุณจะได้รับจดหมายตอบรับหรือปฏิเสธ เลือกมหาวิทยาลัยที่คุณต้องการเข้า

มิถุนายน – กรกฎาคม ปีหน้า:
* ขอวีซ่านักเรียน เตรียมตัวสำหรับการเดินทาง
* เข้าร่วมปฐมนิเทศที่โรงเรียนของคุณ หรือที่ศูนย์แนะแนวการศึกษา

สิงหาคม ปีหน้า:
* เดินทางมาที่มหาวิทยาลัยเพื่อเข้ารับการปฐมนิเทศ และเตรียมตัวพบกับประสบการณ์ด้านการศึกษาอันน่าตื่นเต้น!

(นักเรียน) แน่ใจหรือไม่ว่าขั้นตอนการขอวีซ่านักเรียนจะไม่มีปัญหา

ไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ ตราบเท่าที่คุณทำตามกฏ การขอวีซ่านักเรียนนั้น คุณต้องแสดงให้เห็นว่าคุณ:

  • มีความสามารถ และมีความตั้งใจในการเข้าเรียนเต็มเวลา ซึ่งพิสูจน์ได้ด้วยใบตอบรับเข้าศึกษาจากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่คุณต้องการ
  • มีเงินทุนเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่มหาวิทยาลัยแสดงไว้ในแบบฟอร์ม ที่จะส่งมาให้คุณเมื่อคุณได้รับการตอบรับ
  • มีเหตุผลด้านสังคม เศรษฐกิจ และเหตุผลอื่นๆ ที่เพียงพอในการออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อศึกษาสำเร็จตามหลักสูตรที่ตั้งใจไว้

ผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนสามารถสมัครขอวีซ่าล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันก่อนถึงวันที่นักเรียนต้องรายงานต่อกับทางโรงเรียนในสหรัฐ สำหรับขั้นตอนต่างๆ ในประเทศของคุณ โปรดตรวจสอบกับ สถานทูตหรือสถานกงสุลสหรัฐ

สำหรับข้อมูลล่าสุด โปรดเข้าไปที่ USAcademics-th.com (ยู-เอส-อาคาเดมิกส-ขีด-ที-เอช-ดอท-คอม) ขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับ LindenTours.com กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ, สถานทูตสหรัฐในกรุงโซล, Eugenio Martin del Campo และ USjournal.com: U.S. Journal of Academics